ข่าวสารประชาสัมพันธ์
คลังชี้รัฐฯไม่ปรับจำนำข้าวกระทบทำงบสมดุล(18/06/2556)
18 มิถุนายน 2556



"อารีพงศ์"ระบุรัฐบาลไม่ปรับปรุงโครงการรับจำนำข้าว กระทบเป้ารัฐบาลทำงบประมาณรายจ่ายสมดุล แน่

จำนำข้าว,อารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ,คลัง

อารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ปลัดกระทรวการคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงาน การประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 วงเงิน 2.5 ล้านล้านบาท ในวันนี้ (18มิ.ย.) ได้ยกการเสนอของบ โดยสำนักปลัดกระทรวงการคลัง สังกัดกระทรวงการคลังมาพิจารณาแทรกการพิจารณาการเสนอของบของกระทรวงศึกษา เนื่องจากความไม่พร้อม ทั้งนี้กรรมาธิการฯ ได้มีการซักถามต่อประเด็นปัญหาโครงการรับจำนำข้าวที่พบว่ามีการขาดทุนอย่างหนัก ส่อกระทบการเงินของประเทศและทำให้เกิดหนี้สาธารณะมหาศาลได้ โดยนายอารีพงศ์ ภู่ชะอุ่มปลัดกระทรวการคลัง ชี้แจงว่า การดำเนินโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา ที่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2547 รวมการดำเนินงานทั้งสิ้น 17 โครงการ และมี 3 โครงการที่ดำเนินการในสมัยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ตนมีตัวเลขการขาดทุนอยู่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามตนสามารถพูดได้ในหลักการว่าแต่ละโครงการที่ขาดทุนเท่าไรนั้นได้ใช้การคำนวณตามหลักการบัญชี

ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อว่า สำหรับโครงการรับจำนำข้าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการคลัง รวมถึง นางสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันในตัวเลขหลักของวิธีการหลักบัญชีวิชาชีพที่ชัดเจน แต่การดำเนินงานนั้นหน่วยงานที่จะเปิดตัวเลขที่ได้จากการคำนวณ คือคณะกรรมการนโยบายข้าว

"ฝ่ายของเราก็มีการคุยกันตลอด รวมถึงจุดยืนและความกังวลต่อประเด็นของภาระการคลังและอาจนำไปสู่ความไม่สมดุลของการจัดทำงบประมาณ ในระยะ 4 - 5 ปีที่จะถึงนี้ ผมเชื่อว่าในวันนี้ คณะรัฐมนตรีจะคุยกัน และระยะสั้นจะมีการปรับโครงการจำนำข้าว เพราะตัวเลขที่ออกมามันหลอกไม่ได้ ทั้งนี้วานนี้คณะกรรมการข้าวได้ประชุมและตกลงว่า ในการดำเนินงานของ 3 โครงการหลังสุดนั้นจะใช้หลักคิดวิธีการทางบัญชีเดียวกันทั้ง 17 โครงการ ทำให้ตัวเลขของ 2 โครงการ สามารถตกลงกันได้ในหลักการและมีการปรับปรุงเล็กน้อยในเรื่องของสต็อกที่มีการคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่โครงการที่3 ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ เพราะมีความแตกต่างเรื่องของสต็อกข้าว ทำให้ที่ประชุมมีมติจะตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อเช็คสต็อกข้าวทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความโปร่งใส" นายอารีพงศ์ กล่าว

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์